รักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์

การรักษารากฟัน คืออะไร

การรักษารากฟัน (root canal treatment) คือ การรักษาฟันเพื่อเก็บฟันซี่นั้นๆไว้ เมื่อฟันมีการติดเชื้อจากฟันผุหรือภยันตรายอื่นๆ เข้าไปในโพรงประสาทฟัน เป็นงานหัตถการตามกระบวนการที่ทันตแพทย์จะกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้วหรือเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อในโพรงประสาทฟันของคุณ จากนั้นจึงทำความสะอาดและปิดคลองรากฟัน การรักษารากฟันเป็นขั้นตอนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพซึ่งสามารถช่วยรักษาฟันของคุณให้ใช้งานได้ต่อไป โดยปกติแล้ว ฟันที่ได้รับการรักษารากฟัน ทันตแพทย์จะแนะนำให้คนไข้ทำครอบฟัน เพื่อทำให้ฟันของคุณกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

การรักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์

การรักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์ เป็นเทคนิคการรักษารากฟันที่ทันสมัย ใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อเพิ่มการมองเห็นของคลองรากฟัน ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถมองเห็นคลองรากฟันได้ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่คลองรากฟันตีบตัน ซึ่งจะช่วยให้การรักษารากฟันเสร็จเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์มักใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนคลองรากฟันในฟันซี่นั้นๆ

ทำไมถึงต้องรักษารากฟัน

เมื่อแบคทีเรียเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน จะทำให้เส้นประสาทในตัวฟันเกิดการอักเสบ เกิดอาการปวด บวม หรือ ติดเชื้อไปที่กระดูกปลายรากฟันได้ ถ้าไม่ทำการรักษารากฟัน ฟันซี่นี้ก็จะต้องถูกถอนในที่สุด ดังนั้นเพื่อที่จะให้ฟันซี่นี้ใช้งานต่อได้ การรักษารากฟันจึงจำเป็น และต้องรีบทำ ก่อนที่การติดเชื้อจะลุกลามไปจนรักษาไม่ได้

สาเหตุของการติดเชื้อในโพรงประสาทฟัน

  1. ฟันผุลึก
  2. ฟันที่มีการอุดฟันใหญ่ หรือ ลึก
  3. ฟันร้าว
  4. ฟันบิ่น
  5. ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุ หรือ กระแทก

ทำไมถึงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการรักษารากฟัน

กล้องจุลทรรศน์ ทำให้ทันตแพทย์สามารถเห็นภายในฟัน และคลองรากฟันได้ชัด เพราะมีกำลังขยายถึง 20 เท่า กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการหารูเปิดของคลองรากฟันได้ง่ายขึ้นเพราะบางครั้งรูเปิดเหล่านี้ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า อีกทั้งในบางกรณี ฟันที่มีรอยแตก รอยร้าว หรือ รูปร่างกายวิภาคที่ผิดปกติ กำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ สามารถที่จะทำให้เห็น และรีบรักษาก่อนที่จะสายเกินไปได้ และจากการวิจัย พบว่าการใช้กล้องจุลทรรศน์ ทำให้ความสำเร็จของการรักษารากฟันนั้นสุงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการไม่ใช้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นได้ว่ากล้องจุลทรรศน์นั้นมีความสำคัญมากในการรักษารากฟัน แต่เนื่องด้วยราคาทีสูง ทำให้คลินิก หรือ โรงพยาบาล เพียงไม่กี่แห่ง ที่จะมีกล้องจุลทรรศน์ทางทันตกรรม ทางโกลบอล เด็นทัล คอมเพล็กซ์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ เราจึงมีกล้องจุลทรรศน์เพื่อใช้ในการรักษารากฟัน เพื่อให้คนไข้มั่นใจได้ถึงความสำเร็จของการรักษาที่ดีกว่า

ขั้นตอนในการรักษารากฟัน

การรักษารากฟันอาจจะทำให้เสร็จได้ในครั้งเดียว หรือ หลายครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพการติดเชื้อของฟันซี่นั้นๆ ทันตแพทย์จะทำการรักษาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ใส่ยาชา และ ใส่แผ่นยางกั้นน้ำลาย จากนั้นทันตแพทย์จะทำการเปิดเข้าไปในตัวฟัน
  2. ทันตแพทย์จะทำการเอาเส้นประสาทออกจากตัวฟัน และทำความสะอาดคลองรากฟันเพื่อกำจัดแบคทีเรีย
  3. ทันตแพทย์จะใส่ยาฆ่าเชื้อภายในคลองรากฟันเพื่อกำจัดแบคทีเรียในส่วนที่เครื่องมือเข้าไปทำความสะอาดได้ไม่ถึง ในบางครั้งอาจจะต้องให้ยาฆ่าเชื้อไปทานต่อที่บ้าน เพื่อกำจัดแบคทีเรีย ในส่วนที่อยู่นอกตัวฟัน
  4. เมื่อทันตแพทย์มั่นใจแล้วว่าการติดเชื้อสามารถควบคุมได้ ทันตแพทย์จะทำการอุดคลองรากฟันเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียสามารถเข้าไปในคลองรากฟันได้อีก ถึงขั้นตอนนี้การรักษารากฟันถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น และจะต้องส่งต่อเพื่อทำการบูรณะฟันต่อไป
  5. เมื่อรักษารากฟันเสร็จ ฟันซี่นี้จะต้องได้รับการบูรณะ เนื่องจากฟันที่ต้องรักษารากฟันมักจะสูญเสียฟันไปจากการผุที่ใหญ่ เนื้อฟันเหลือน้อย ไม่สามารถใช้ในการบดเคี้ยวได้ โดยทันตแพทย์จะทำการใส่เดือยฟันเพื่อทดแทนส่วนของเนื้อฟันที่หายไป ให้มีเนื้อฟันเพียงพอที่จะทำการครอบฟัน
  6. ทันตแพทย์จะทำการครอบฟัน เพื่อให้ฟันซี่นี้มีรูปร่างปกติ กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม

 

การรักษารากฟันเจ็บหรือไม่

โดยปกติแล้วทันตแพทย์จะทำการใส่ยาชาระหว่างรักษาเพื่อไม่ให้คนไข้เจ็บ แต่ในบางครั้งภายหลังการรักษา อาจมีอาการหน่วงๆที่ฟันซี่นั้นได้บ้างในช่วงแรก ยาแก้ปวดจะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

ถ้าไม่ทำการรักษารากฟัน จะเกิดอะไรขึ้น

การปล่อยฟันซี่นี้ไว้ในปาก จะทำให้เกิดอาการ ปวดรุนแรง บวม ติดเชื้อที่กระดูกรอบๆรากฟัน ในบางกรณี อาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากการติดเชื้อได้แพร่เข้าไปในกระแสเลือด

ข้อดีของการรักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์ 

  • มองเห็นคลองรากฟันได้ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น
  • ใช้เวลาในการรักษาน้อยลง
  • มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนลดลง

ข้อควรปฎิบัติหลังการรักษารากฟัน

คำแนะนำจากทันตแพทย์หลังจากการรักษารากฟันเสร็จสิ้น คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่คุณควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง โดยทันตแพทย์อาจสั่งจ่ายยาแก้ปวดให้คุณรับประทานเพื่อบรรเทาอาการปวดที่อาจเกิดขึ้นได้ การรักษารากฟันเป็นขั้นตอนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางประการ เช่น บวม ปวด เลือดออก และความรู้สึกไวต่อความเย็น ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน แต่หากมีอาการเหล่านี้รุนแรงขึ้น คุณควรไปพบทันตแพทย์

รักษารากฟันที่ไหนดี

การรักษารากฟันควรทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง ดังนั้นถ้าถามว่า รักษารากฟันที่ไหนดี ก็ควรจะเป็นที่ที่มี ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการักษารากฟัน เป็นผู้ให้การรักษา ดังนั้นจึงควรเลือกคลินิกที่มีชื่อเสียง น่าเชื่อถือ และมีประสบการณ์ นอกจากนี้ คลินิกรักษารากฟันที่ดีควรมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ควรมีกล้องจุลทรรศน์เพื่อใช้ในหาคลองรากฟันที่ตีบตัน มีความสะอาด และเทคนิคในการทำปลอดเชื้อที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของคนไข้

ราคารักษารากฟันเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการรักษารากฟันราคาประมาณเท่าไหร่ มักจะเป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ราคารักษารากฟัน จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยดังต่อไปนี้

  • วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษารากฟัน
  • ความซับซ้อน ยากง่าย ของการรักษา 
  • จำนวนคลองรากฟันในฟันที่ต้องได้รับการรักษา
  • ความเชี่ยวชาญและชำนาญของทันตแพทย์เฉพาะทางรักษารากฟัน

ที่ โกลบอล เด็นทัล คอมเพล็กซ์ เรามี ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษารากฟันด้วยกล้องจุลทรรศน์ คุณจึงมั่นใจได้เลยว่า การรักษาได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ในราคาที่เหมาะสม โดยราคารักษารากฟันเริ่มต้นที่ 8,000 บาท

หากคุณกำลังประสบกับอาการปวดฟันหรือฟันผุ และคุณกำลังหาคลิกนิกทำฟันว่า คุณควรรักษารากฟันที่ไหนดี และราคารักษารากฟันมีราคาเท่าไหร่ คุณควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย หากพบว่าคุณจำเป็นต้องรักษารากฟัน ทันตแพทย์ของคุณจะอธิบายขั้นตอนการรักษาให้คุณทราบและตอบคำถามที่คุณมี หรือสอบถามประเมินราคารักษารากฟัน กับศูนย์ทันตกรรมรักษารากฟัน โกลบอล เด็นทัล คอมเพล็กซ์ 065-669-9191 หรือ 02-591-9191

Scroll down

ตะกร้าสินค้า0
There are no products in the cart!
ซื้อสินค้าต่อ

Fatal error: Allowed memory size of 134217728 bytes exhausted (tried to allocate 512000 bytes) in /home/globaldent/domains/globaldentalcomplex.com/public_html/wp-includes/class-wpdb.php on line 2187